รีวิว Dior Capture Lift Ultra-Stretch Reshaping Serum

พออายุมาถึงจุดหนึ่ง ก็จะพบว่าหน้าหย่อนลงตามแรงดึงดูดของโลก หน้าบานมากขึ้น จากรูป V กลายเป็น U จะว่าตามกระแสหน้าตัววีก็ไม่ใช่หรอก คนอายุมากก็คงเข้าใจ “อยากดูเด็กอะ” จะให้ไปทำเลเซอร์ยกกระชับ Ulthera ก็ไม่ไหว ราคาแรงมาก ขอลองตัวนี้ก่อนแล้วกัน Dior Capture Lift Ultra-Stretch Reshaping Serum

รีวิว Dior Capture Lift Ultra-Stretch Reshaping Serum 1/5

คำอวดอ้าง

Christian Dior Capture Lift Ultra-Stretch Reshaping Serum is highly concentrated in Bi-Skin™ Stretch. Its light and fresh pearly texture glides delicately onto the skin’s surface and gently penetrates to bring instant stretch to the V-Line and durably Slim, Shape and Lift the face. It works from the skin’s surface to deep down inside, the face appears slimmer, volumes are readjusted, contours are redefined and visibly lifted. The triple-action result goes beyond slimming and shaping to stimulate and strengthen skin elasticity, thereby boosting springiness and lifting the skin into a long-lasting V-shape.

อ่านได้ความย่อๆว่า มันเป็นเซรั่มที่มี Bi-Skin™ Stretch เข้มข้นมาก (แล้วมันคืออะไร) เบาบางซึมซาบเข้าสู่ผิวอย่างอ่อนโยนเพื่อโครงสร้างผิวบนหน้ารูปตัว V เข้ารูปและยกกระชับทั้งบนผิวชั้นนอกและชั้นใน

รีวิว Dior Capture Lift Ultra-Stretch Reshaping Serum 2/5

ถ้าจะว่ากันตามกระแสจริงๆแล้ว ยี่ห้อที่ฮิตกันมากในส่วนของครีมเพื่อหน้ารูปตัว V ก็คงจะหนีไม่พ้น CLARINS Shaping Facial Lift Lipo-drain serum แต่เห็นเพิ่งจะออกตัวใหม่มาแทนตัวเก่านี้ คือ Clarins Facial Lift Total Contouring Serum แต่จากที่ดูส่วนผสมก็ไม่ได้ต่างจากเดิมมากนั้น เห็นหลักๆจะเป็น Caffein ซึ่งเราไม่อินเท่าไรนะ ได้ตัวทดลองมา แต่ดองไว้ยังไม่ได้ลองใช้เลย เราเคยใช้รุ่นเก่าของ CLARINS นะ ตอนนี้อยากลอง Dior เพราะส่วนผสมมันคนละแนวเลยนะ

Ingredient list

รีวิว Dior Capture Lift Ultra-Stretch Reshaping Serum 3/5

สังเกตว่าเป็นเซรั่มที่ไม่ใช่เบสซิลิโคน ใครไม่ชอบหรือแพ้ซิลิโคน ก็สบายใจได้ เพราะทาแล้วซึมหายไปเลยไม่ใช่แบบซิลิโคนที่เคลือบผิวไว้ มี Alcohol ด้วย แต่ไม่กลัวจ้า ชอบอีกด้วย (แต่บรรดาสาวกป้า Paula เกลียดเข้าเส้น) เพราะ Alcohol มันช่วยทำให้เนื้อครีมบางเบาขึ้น ทำให้สารบำรุงซึมได้ดีขึ้น

ส่วนผสมที่เป็นสารสำคัญ

Fomes Officinalis (Mushroom) Extract เป็นสารที่ช่วยทำให้ผิวตึงและกระชับขึ้น ช่วยให้รูขุมขนดูเล็กลง ช่วยทำให้ดูเปล่งปลั่งเพราะมีส่วนช่วยสร้างความต้านทานให้แก่ผิว

Saccharomyces Cerevisiae Extract เป็นยีสต์ทขนม ขุ่นพระ เอายีสต์นี้มาใช้ทาหน้าได้ด้วย ว่ากันว่าเมื่อนำยึสต์ Saccharomyces Cerevisiae ไปหมักแล้วสกัดออกมาจะได้สารที่เป็นประโยชน์แก่ผิว เช่น เบต้ากลูแคน (β-glucans), Mannoproteins, Chitin ฯลฯ โดยมีคุณสมบัติช่วยสื่อสารกับเซลล์ผิวให้ทำงานได้เป็นปกติ (Cell-signaling substance) ทำให้เซลผิวแข็งแรง อยู่ในสภาพปกติ กระตุ้นการเพื่มจำนวนเซลล์ ทำให้กระบวนการะผลัดเซลเป็นไปตามปกติ

Peucedanum Graveolens (Dill) Extract เป็นสารสกัดจากธรรมชาติ มีชื่อทางการค้าว่า Lys’lastine V จากบริษัท BASF ซึ่งทางผู้ผลิตสารมีการตีพิมพ์ผลการศึกษาประสิทธิภาพเอาไว้ใน International Journal of Cosmetic Science เมื่อปี 2011 ว่าสารสกัดชนิดนี้ช่วยกระตุ้นการเพิ่มขึ้นของเอนไซม์ LOXL (Lysyl oxidase–like) โดยผ่านกระตุ้นการแสดงออกของยีนที่เกี่ยวข้องกับการผลิต LOXL โดย LOXL เป็นหนึ่งในส่วนสำคัญต่อการสร้างอีลาสติน Elastin ซึ่งเป็นเหมือนกับสปริงที่ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่น การศึกษานี้ทดสอบทั้งในหลอดทดลอง (In-Vitro) และบนผิวหนังมนุษย์ (In-Vivo) เป็นเวลา 7 สัปดาห์ พบว่าผิวมีความยืดหยุ่นและเรียบเนียนขึ้น

สารที่กระตุ้นการสร้าง Elastin นั้นมีน้อยมาก และครีมส่วนใหญ่จะไปเน้นการสร้างคอลลาเจน ซึ่งมันทำให้การดูแลผิวไม่สมบูรณ์เท่าไร การกระตุ้นคอลลาเจน ผลคือ หน้าย่นน้อย ริ้วรอยยับๆ ตีนกาอาจน้อยลง แต่เมื่อผิวขาดอีลาสตินแล้ว ผิวก็จะย้อย ห้อย และบาน แม้จะมีคออลาเจนมากก็ตาม นี่ละความสำคัญของอีลาสติน

Palmitoyl oligopeptide เป็น Peptide ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและระดับของ hyaluronic acids ในเซลผิว (บางข้อมูลว่าช่วยกระตุ่น อีลาสติน ด้วย) แม้ว่า Peptide ตัวนี้จะห้อยมาท้ายสุด แต่เดียวก่อนจ้า จากที่เราสังเกตการเรียงสารของเครื่องสำอางแบรนด์ที่ผลิตเฉพาะในฝรั่งเศสเช่น Dior, Chanel, Clarins เหล่านี้จะเรียงตามปริมาณสารจริงๆ บางทีเลยเห็นสารสำคัญอยู่หลังน้ำหอม ต่างจากเครื่องสำอางที่ผลิตในหลายประเทศพวก Lancome (ผลิตทั้งอเมริกา ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส แล้วแต่รุ่น) หรือ Estee Lauder (ผลิดทั้ง อเมริกาและอังกฤษ) พวกนี้ หากสารใดเป็นกลุ่มสาร เขาก็จะเรียงเอาสารสำคัญมาแสดงไว้เลย (แม้กลุ่มสารนั้นจะมีส่วนผสมอื่นๆ เขาก็จะไม่แสดง) ผลคือ พวก Peptide (ซึ่งจริงๆแล้วมันเป็นสารที่ใช้ในปริมาณน้อยมา) ถ้าเรียงตามปริมาณสารจริงๆ มันมักจะห้อยท้ายสุดในลำดับของส่วนผสม และอยู่หลังน้ำหอมอีก ซึ่งพวก Lancome, Estee Lauder หรือ Paula’s Choice เหล่านี้จะเรียกแบบอเมริกาคือ เรียงส่วนผสมโดยแสดงชื่อ Peptide เลย (คือ เอา % ของกลุ่มสารที่ใส่ในครีม มาเขียนชื่อ Peptide เลยโดยไม่แสดงสารอื่นๆที่มีอยู่อยู่ใน Cocktail นั้น) เราจึงเห็นพวก Peptide ในครีมยี่ห้อเหล่านี้อยู้ในลำดับต้นๆ สรุปคือ แม้ Palmitoyl oligopeptide ของเซรั่มตัวนี้ แม้จะห้อยท้าย แต่เราว่า เผลอๆอาจจะมีปริมาณมากกว่าที่มีอยู่ในครีมฝั่งอเมริกา ที่เรียงอยู่ในลำดับต้นๆเสียด้วยซ้ำ (ใครอาจแล้วงง ช่างมันเหอะนะ วันหลังจะอธิบายอีกรอบ)

รีวิว Dior Capture Lift Ultra-Stretch Reshaping Serum 4/5

Dior Capture Lift Ultra-Stretch Reshaping Serum ตัวนี้ เราชอบเนื้อสัมผัสมาก เพราะเป็นเซรั่มบางเบา ทาแล้วซึมหายไปเลย ไม่มีซิลิโคนเคลือบผิวอยู่ กลิ่นหอมตามสไตล์ดิออร์ เซรั่มตัวนี้เราจะไม่ทาทั้งหน้า แต่จะทาเฉพาะโซนที่มันจะย้อยห้อยลง คือ บริเวณลำคำ รอบปาก แก้มส่วนล่าง คือทาบริเวณ U โซน ส่วนล่าง มันจะได้เป็น V โซน

สำหรับผลการใช้ก็ค่อนข้างประทับใจเลย แม้ผิวเราจะไม่ได้หย่อนคล้อยมาก แต่ใช้แล้วทำให้ผิวกระชับได้จริง แต่ถึงขนาดเป็น V เลยหรือเปล่า เราว่าไม่นะ แหมมันจะเปลี่ยนโครงรูปหน้าได้อย่างไรกันจ๊ะ อย่ามโน แต่มันช่วยให้ผิวเข้ารูป ไม่เพละออก เท่านี้ก็ปลื้มสุด แต่ราคาไม่ค่อยปลื้มนี่สิ

รีวิวจริง ใช้จริง หมดจริง

รีวิว Dior Capture Lift Ultra-Stretch Reshaping Serum 5/5

ราคา : 5,350 บาท ปริมาณ 50 ml. (ถูกกว่า Chanel ตัว Lift นะ ตัวนั้น 30 ml ราคาเพลียมาก)

ซื้อที่ไหน : Dior Counter ในห้าง

Posted under ดิออร์, เซรั่ม